Wh-Question – Part1 (E-BOOK)

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนเขาสู่ บทที่ 8
เป็นยังไงกันบ้างหลายๆคนคงจะเริ่มชินกับการเรียงประโยคเริ่มคล่องขึ้นแล้ว
และยิ่งเข้าใจวิธีการเรียงประโยคตาม patterns ต่างๆมากขึ้นแล้วนะคะ

วันนี้เราจะมาเรียนกันในเรื่องของ Wh- questions
ซึ่งประกอบไปด้วย
“who what when why how whose”
คือพูดง่ายๆเลยเวลาที่เราจะถามมาตั้งคำถามนะคะ ง่ายๆเลยจะพูดอะไรก็ตาม ใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร  ทำไม เป็นต้น

นี่คือการถามเพื่อหาคำตอบละเอียดมากขึ้นนะคะและ อย่าลืมนะวิธีการง่ายๆ ถ้าคุณจะอยากคล่องเรื่องการแต่งประโยคคำถาม คุณต้องเข้าใจวิธีการเรียงประโยคบอกเล่าก่อน
พวกนี้จะสำคัญมากถ้าคุณเข้าใจหลักการเข้าใจวิธีการแล้วนะคะ ประโยคคำถามง่ายขึ้นมากแน่เลย

อ่ะก่อนอื่น จะมาเคลียร์เรื่อง Who What when where why how which whose  ก่อนนะคะว่ามันใช้ยังไง

อันดับแรกเลยมาดูที่ Who ก่อนเมื่อไหร่ก็ตามที่เราจะถามถึงว่าใคร
ใครทำอะไรใครทำสิ่งไหน ใครรักใคร ใครไม่ชอบใคร ใครกินอะไรพรุ่งนี้ใช้ได้เลยนะคะ
แต่จะให้ดูตัวอย่างประโยคสองประโยคนี้ก่อนอย่าเพิ่งไปซีเรียสกับมันเพราะว่า Who นี้เป็นตัวเจ้าปัญหาอาจจะมีความซับซ้อนยากกว่าตัวอื่นๆ
แต่ไม่เป็นไรวันนี้คุณจะเคลียร์กับการใช้แน่นอน มาดูตัวอย่างทั้ง2อันเลยค่ะ

Who dose he love? เขารักใครนั่นเองนะคะ เขารักใคร ลองเดาซิว่าเขารักใครได้ถามหาอะไรถามหาคนที่รักหรือถามหาคนที่ถูกรัก
แน่นอนเลยถามหาคนที่ถูกรักว่าเขาเนี่ยรักใคร อย่างงนะคะ อย่างง ดูรูปแบบการเรียงประโยคของมัน
Who dose he love? นะคะ เขารักใคร ถามหาคนที่ถูกรักถูกไหม

แต่พอตัวอย่างที่2

Who loves him? ใครรักเขา ถามหาผู้กระทำ ว่าใครรักเขา ข้อแตกต่างของมันคือถ้าคุณรู้ว่าคุณจะพูดถึงอะไร
คุณจะพูดถึงประธาน ผู้กระทำหรือคุณจะพูดถึงกรรมผู้ถูกกระทำ
การเรียงประโยคแตกต่างกันแน่นอนคุณต้องเข้าใจสิ่งที่คุณต้องพูดก่อน ไม่อยากให้ซีเรียสมากเอาเป็นว่าจะสรุปวิธีการใช้ Who ตรงที่ว่า
ถ้าถามหากรรมว่าใครถูกรัก ให้เอา verbช่วย คือ verb+to do มาช่วยในการตั้งประโยคคำถาม
แต่ถ้าจะถามหาผู้กระทำ ใครทำอะไร ใครรักใคร ใครมีแพลนนั่น มีแพลนนี่หรือใครทำอะไรนั่นเอง เรียงประโยคแบบนี้ได้เลย
Who แล้วตามด้วยกริยา
ได้เลย ไม่ต้องซีเรียส อันนี้แค่โชว์ให้ดูเฉยๆว่านี่คือจะถามว่าใครทำอะไรนั่นเองโดยการใช้ Who ถูกไหมคะ

ต่อไปมาดูคำว่า What
what ใช้เมื่อจะถามถึงว่า อะไรนะคะ อย่างเช่น What is it? มันคืออะไรมันคืออะไรให้ดูอันนี้ซิ มันคืออะไรเนี่ยไม่รู้เลยเนี่ย What is it ? แค่นี้เอง จะถามว่าอะไรนะ

ซึ่ง When When เมื่อไหร่ก็ตามที่จะถามหาว่า  เมื่อไหร่ อย่างเช่น When do we have lunch ?
เรานะทาน lunch กันเมื่อไหร่หรอ?  อ่อแน่นอนทาน lunch ตอนเที่ยงแน่นอน  ถามว่า When ได้เลย When do we have lunch? 

คราวนี้มาดู Where บ้าง เมื่อไหร่ก็ตามที่จะพูดถึง สถานที่ และหาสถานที่ว่าตรงนั้นตรงนี้
จะถามหาสถานที่ต้องใช้ where ทันทีเลยนะคะ Where do they go shopping every day?
มาแล้วนะค่ะจะถามถึงสถานที่ว่าไปที่ไหน  ไปช้อปปิ้งที่ไหน  ไปทานข้าวที่ไหนใช้เวลาได้เลยนะคะจะได้เลย
แต่มาดูกลุ่มคำศัพท์ประเภทนี้มีกลุ่มคำศัพท์มาให้ลองใช้กันอีกแล้วนะคะก็คือ

Go shopping ก็คือไปช้อปปิ้งนั่นเองจะไปช้อปปิ้งตรงไหนกันดีนะคะใช้ตัวนี้ได้เลยโดยที่ไม่มี to ตรงกลาง
และหลายคนเวลาท่องคำศัพท์เป็นภาษาไทย ช้อปปิ้งใช่ไหมคะ แต่พอถึงเวลาใช้จริง go to shopping เสมอเลย อันนี้ไม่ได้นะคะ
คือกลุ่มคำศัพท์นี้ไปด้วยกันค่ะ พูดไปเลยว่า go shopping. แปลว่า ไปช็อปปิ้ง แค่นี้เลย
Where do they go shopping every day ? เฮ้ยพวกเขาไปช็อปปิ้งกันทุกๆวันที่ไหนหรอ?  ใช้ตัวนี้ได้เลย 

ส่วน Why ถามถึง เหตุผล และ จะรู้เลยว่าคำตอบต้องเป็น  because แน่นอนเลย Why ตัวอย่างประโยคคือ Why does Crispy have a cold? มาอีกแล้วนะคะ
have a cold เป็นหวัด ทำไมคริสปี้ถึงเป็นหวัด มาอีกแล้ว อย่าลืมนะเป็นหวัดปุ๊บ have a cold ได้เลยไปด้วยกันนะต้องบอกเหตุผล  อ่อคริสปี้ไปตากฝนมาตากแดดมาเป็นต้นค่ะ

มาถึงคำว่า How บ้าง
how นี้ถามถึง อย่างไร ตัวอย่างประโยคนะคะ
How do you travel to work every day? เฮ้ยปกติแล้วคูณเดินทางไปทำงานทุกๆวันเลย
คุณเดินทางไปทำงานยังไงหรอ คุณไปรถบัสคุณไปรถเมล์หรือว่าคุณไปแท็กซี่ใช้ถามว่า howได้เลย
เอาตัวอย่างง่ายๆ How are you? สบายดีไหมอย่างไรเป็นต้น

ต่อไป Which
พอพูดถึง Which แล้วแน่นอนเลย ต้องให้เลือกแน่นอนว่าอันไหนนะ อันไหนชอบอันไหนหรือว่าเอาอันไหนเนี่ย
ตัวอย่างประโยคคือ Which one do you want ? จะเลือกอันไหนระหว่าง 2 อันนี้
Which one do you want ? ชอบอันไหนมากที่สุด อยากได้อันไหน เอาตัวนี้
ไปใช้ได้เลยนะ
เหมือนเวลาเราจะไปซื้อของกับคุณแม่ลูกๆเพื่อนๆทั้งหลายเพื่อนตัดสินใจไม่ได้เลยว่าสีอะไรดี อันไหนดี 2อันนี้ เธออยากได้อะไรเป็นต้น  

ส่วน Whose พูดถึงว่า ของใคร อันนี้เป็นของใคร
ตัวอย่างประโยคคือ Whose coffee is this ?  เนี้ย coffee ของใครเห็นวางนานแล้วเนี้ยมันเป็นของใครหรอ
ถามหาเจ้าของ Whose coffee is this ?ได้เลยนะคะ

ก่อนที่เราจะไปดูตัวอย่าง แต่ละประโยคของแต่ละตัวนะคะ
เราอยากให้ทุกคนมาลองฝึกเรียนรู้ด้วยตัวเองฝึกสังเกตด้วยตัวเองก่อน
เวลาออกไปเรียนรู้ด้วยตัวเองจะได้ง่ายขึ้น อย่ารอป้อน และวิธีการที่ง่ายที่สุด เราอยากให้ทุกคนลองดูภาพรวมของแต่ละตัว
ลองมองแต่ละตัวลองสังเกตดูซิว่ามันจะแตกต่างกันยังไง วิธีการเรียงประโยคมาแตกต่างกันยังไงนะคะ

มาดูตัวแรกเลยใครแพลนที่จะไป holiday บอกก่อนเลยกลุ่มคำศัพท์ที่ไปด้วยกัน ที่ว่าจะบอกว่าจะไป holidayคือ
go on holiday ถ้ามัวแต่ไปท่องคำศัพท์เป็นคำๆคุณจะไม่ได้สำนวนนี้เลย เพราะฉะนั้นใครเป็นคนแพลนที่จะไป holiday ถามอันนี้ได้เลย
Who plans to go holiday ? ใครแพลนอย่างนี้ได้เลย นี้คือวิธีการ ไม่ต้องถามว่าทำไม เดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้ดูเยอะๆ ใช้อย่างนี้ได้เลยว่าจะถามว่าใครทำอะไรเรียงประโยคแบบนี้ได้เลยนะ
WHO แล้วก็ตามด้วยกริยาได้เลย Who plans to go holiday ?

ต่อไปใครจะตอบคำถามนี้ใครจะตอบคำถามนี้
จำได้ไหมคะ “จะ”คือสิ่งที่ยังไม่เกิดแต่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลดังนั้นเอาอะไรมาช่วยคะ Will แน่นอน
แต่ will จะไปอยู่ตรงไหนในประโยคนี้ ว่าใครจะตอบคำถามนี้ Who will answer this question?  ใครจะตอบคำถามนี้
ด้วยความที่ยังไม่เกิดขึ้นดังนั้นเอา will  มาช่วยได้เลย

เอ้า! ทำไมข้างบนไม่เห็นมีอะไรมาช่วยในการตั้งคำถาม คุณอย่าเพิ่งสงสัยว่าทำไม คุณดูก่อนนะคะ
ข้างบนถามว่าอะไร คำว่าใครทำอะไรถูกต้องไหม
โดยที่จะถามหาผู้กระทำที่ไม่ได้มีพวก modal verb มาช่วยเลยค่ะ
ส่วนประโยคที่2 พูดถึง modal verb ละ ดังนั้นเอา modal verb มาใช้ได้เลยเป็น Who will answer this question? ใครจะเป็นคนตอบคำถามนี้คะ

ลองเดาสิ  ใครจะถามคำถามนี้
ใครจะถามคำถามนี้ว่ายังไงคะ มี”จะ”นะ will มาช่วย
Who will ask this question ?  ใครจะถามคำถามนี้ได้เลยง่ายมากเมื่อไหร่ก็ตามที่มี modal verb เอามันมาช่วยในการสร้างประโยคคำถามได้เลยนะคะ

ต่อไปคุณชอบใครประโยคนี้ง่ายสุดละ คุณชอบใครว่ายังไงคะ
Who do you like ?
มันมี verb to do มาช่วย
ลองสังเกตดีๆ Who do you like ? ถามหาคนที่เป็นประธานหรือถามกรรมคะ
แน่นอนว่าเป็น กรรม เพราะว่าถูกชอบถูกไหม พอถามหากรรมปุ๊บมี verb to do มาช่วยฉันทันที นี้คือข้อสังเกตที่ง่ายที่สุดจาก 3ประโยคนี้
วิธีการถามไม่เหมือนกันถามหาคนนะคะ แต่ว่าถามหาแต่ละประเภทไม่เหมือนกันด้วยค่ะ ถามหากรรมปุ๊บมี verb to do มาช่วยง่ายขึ้นละ 

มาดูอีกอันหนึ่ง  อะไรที่ทำให้คุณร้องไห้  อะไรที่ทำให้คุณร้องไห้ ถามหาอะไรและใช้
what ได้เลยค่ะ มาลองเดาสิ ตัว What นี้ก็เป็นตัวที่มีปัญหานะคะ มีลักษณะคล้ายกับ Who ในบางคำถามแต่อันนี้เราจะถามหาว่า
อะไรที่ทำให้คุณร้องไห้ สามารถถามอย่างนี้ได้เลย
What makes you cry ? อะไรที่ทำให้คุณร้องไห้  เรียงประโยคในนี้ได้เลย watch ตามด้วยกริยาได้เลย อะไรที่ทำให้คุณร้อง What makes you cry ?  

ส่วนอะไรที่ทำให้คุณแฮปปี้ ขณะนี้อะไรที่ทำให้คุณ happy ถามหาสิ่งที่ทำละ ก็เป็น What  makes  you happy ?   

อะไรที่ทำให้คุณเศร้าอะไรที่ทำให้คุณเศร้า what makes you sad ?  เฮ้ยได้แล้วอะ
ว่าเริ่มง่ายขึ้นแล้ว พอถามหาประธานประธานหรือว่าคนหรือสิ่งไหนที่กระทำไม่ต้องมีอะไรมาช่วยในการ
ตั้งคำถามนะคะ 

มีอันนึง อันนี้มันอะไรหรอ  อันนี้มันอะไรหรอ  แน่นอนนะคะ
What is it ?

Whats it ?
แล้วทำไม what ตัวนี้มี s ละ เพราะว่าเป็น อยู่ คือ จำได้ไหม
การเรียงประโยคบอกเล่าธรรมดา เป็น อยู่ คือ (is, am ,are) นั้นเองไม่มีอะไรยากจะไม่มีอะไรที่ซับซ้อนภาษาอังกฤษไม่ซับซ้อนอย่าคิดให้มันซับซ้อนจะถามว่า เป็น อยู่ คือ
สังเกตได้ต้องมี is, am ,are แน่นอน Whats it ? หรือว่าอันนั้นคืออะไรอ่ะ อันนั้นคืออะไร

พวกนั้นน่ะคืออะไรถามหาหลายๆสิ่งนะพวกนั้นคืออะไร
What are they ? ง่ายขึนไหม เริ่มดีขึ้นแล้ว
ต่อไปเมื่อไหร่ที่ฉันจะสามารถเริ่ม project นี้ได้ เมื่อไหร่ที่จะสามารถเริ่ม project นี้ได้
มาแล้วค่ะ modal varb ที่จะบอกว่าทำได้, ทำไม่ได้, สามารถ ,ไม่สามารถ จำได้ไหมคะใช้ can แน่นอนเลย
When can I start this project? เมื่อไหร่ก็ตามมี modal verb เอามาช่วยในการแต่งประโยคคำถามทันที
When can I start this project? เมื่อไหร่อ่ะฉันจะเริ่ม project นี้ได้

เราเนี่ย พวกเราเนี่ยไปที่ออฟฟิศเมื่อไหร่ พวกเราเนี่ยไปที่ออฟฟิศเมื่อไหร่
คราวนี้มาถามถึงอดีตบ้างนะคะพอเป็นอดีตแล้วจะได้อะไรที่จบไปแล้ว
When did we go to the office? ถามหาว่าเมื่อไหร่ที่เป็นอดีต when แล้วก็ did มาก่อนเลยนะคะ
When did we go the office? นิดนึงออฟฟิศออกได้ต้องฝึกด้วยเสียงว่าที่ office (ออฟฟิส) สเตรทที่ตัวแรกนะคะ่ ไม่ใช่ ออฟฟิดธรรมดานะ 

เขาเนี้ยทำงานที่ไหนหรอ พวกเขาทำงานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ตามที่มีที่ไหนแล้วเอา where มาเลยนะคะ
Where do they work? พวกเขาทำงานที่ไหน จะสังเกตุง่ายๆนะคะถ้าไม่ใช่ Who กับ What เจ้าปัญหา
เราก็จะเรียงประโยคเหมือนประโยคทั่วไปธรรมดาที่เราตั้งคำถามเหมือนคล้ายๆกับ yes- no question ได้เลยนะคะ 

สุดท้ายห้องประชุมอยู่ที่ไหนหรอ จะถามหาสถานที่ละห้องประชุมอยู่ที่ไหนหรออย่าลืมนะ เป็นอยู่ คือ เอาอะไรมาช่วยค่ะ is แน่นอน
Where is the meeting room? ห้องประชุมคะ
meeting room หรือห้องประชุม ภาษาอังกฤษจะเป็นประชุมแล้วห้องถูกไหม
ภาษาไทยจะห้องประชุมนะต่างกันโดยสิ้นเชิง Where is the meeting room? ห้องประชุมอยู่ไหนหรอ
เห็นไหมคะ เราจะเริ่มเข้าใจมากขึ้นอาจจะยังไม่ลึกซึ้งไม่มีปัญหาเพราะว่าวันนี้เป็นวันแรกที่คุณได้เรียน wh-questions
คุณไม่ต้องคาดหวังว่าจะต้องเก่งเลยไม่ใช่นะคะ คนเก่งคนที่ใช้เป็นเขาใช้ตลอด เขาเข้าใจมันได้จริงจังจากการฝึกการทำกันใช้ซ้ำๆ คุณท่องไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร
แต่ถ้าคุณลงมือทำเมื่อไหร่คุณจะเข้าใจมันมากขึ้น เดี๋ยวจะสรุปให้ฟังว่าทำไมเราถึงทำสีทั้งหมดกี่สีในที่นี้มาดูตัวแรกเลยนะคะ สีส้ม

  • สีส้มเนี่ยเราหมายถึงว่าจะถามว่าใครอะไรสิ่งไหน จะพูดถึงใครอะไรหรือสิ่งไหนซึ่งเป็นตัวเจ้าปัญหานะคะ
    Who กับ What นั่นเองเป็นตัวที่เจ้าปัญหา แต่ถ้าคุณเข้าใจวิธีการแล้วมันจะง่ายขึ้น จำได้ไหมข้อแตกต่างทั้ง 4 ประโยคนี้ก็คืออย่างแรก
    สีส้ม ถ้าคุณจะถามหา
    ผู้กระทำไม่ต้องมีกริยาช่วย มาช่วยในการสร้างประโยคคำถามแต่ถ้าคุณถามหากรรมถามหากรรมอย่างประโยคที่ 3
    Who do you like? ตามหากรรมคนที่ถูกกระทำนะคะต้องเอากริยาช่วยมาตั้งคำถามด้วยนะคะก็คือ verb to do นั้นเองแต่อันสุดท้าย
    ถ้าในประโยคที่คุณจะพูดถึงอ่ะมันมี modal verb พวก will would can could shall should may might มาในการอยู่ในประโยคด้วยเอามันมาช่วยตั้งคำถามได้เลยนะคะ
    ไม่ว่าจะเป็น yes-no question หรือว่าจะเป็น WH-question นะคะ ถ้ามี modal verb มาอยู่ในประโยคด้วยคุณเอามันมาช่วยตั้งคำถามทันทีอย่างเช่นประโยคที่ 2 Who will answer this question? แค่นี้เอง

  • ส่วนมาดูสีเขียว สีเขียวคืออะไรประโยคคำถามที่ไม่มีกริยาช่วยในประโยค แล้วก็เราถึงจะเอา verb to do มาช่วยในการตั้งคำถามนะคะ
    จำได้ไหม do ใช้เมื่อไหร่ do ใช้กรณีที่ประธานเป็น I , You , We , They ประธานหลายคนขึ้นไป
    ส่วน does ใช้กรณีที่ประธานเอกพจน์ He,She,It ถูกไหม ,
    Did ใช้กับทุกตัวที่เป็นอดีต ก็คือใช้ I,you,we,they,he,she,it ใช้ได้เลย
    ประโยคคำถามที่ไม่มีกริยาช่วยในประโยคให้เอา verb to doมาช่วยกันตั้งคำถาม

  • ส่วนสีเหลืองคืออะไร สีเหลืองคือ คำถามที่มีกริยาช่วยในประโยคนะคะหรือพวก modal verb ทั้งหลาย will,would,can,could,shall,should,may,might,must
    พวกนี้เอามาวางช่วยในการตั้งคำถามได้เลยนะคะ When can I start this project? อย่างเช่นประโยคนี้ When can แล้วก็ตามด้วยประโยคที่เราถามได้เลย
    ถ้ามีกริยาช่วยหรือมี modal verb ในประโยคเอามาขึ้นมาตั้งคำถามได้เลย

  • อันสุดท้ายสีดำปกติเลย เป็น อยู่ คือ แน่นอนเอามาใส่เอามาวางไว้ได้เลย

เดี๋ยวเราจะมาลองฝึกใช้ wh-question กันดีกว่า อย่าลืมคุณลงมือทำลงมือปฏิบัติลงมือใช้เมื่อไหร่แล้วก็เรียนรู้จากประโยคต้นแบบเยอะๆมันจะเข้าใจ แล้วมันก็จะใช้เป็นเวลาถึงเวลาใช้จริงค่ะ
Pattern ที่เราจะพูดถึงคือ ประโยค wh-question และประโยคคำถามที่มีกริยาในประโยค
จำได้ไหมในประโยคที่มีกริยาในประโยคจะสร้างประโยคคำถามเอา verb to do มาช่วยด้วย หรือว่าถ้ามี modal verb ในประโยคนั้นๆเอาตัว modal verb มาถามได้เลย
เอามาใช้ช่วยในการตั้งคำถามได้ ตัวอย่างแรกนะคะ

เขาบอกความจริงกับฉัน จำได้ไหมคะ บอกความจริง เขาใช้อะไร กริยาตัวไหนคะ tell แน่นอนนะค่ะ
จะเป็น Tell the truth จะให้ทำเป็นประโยคบอกเล่า ที่เป็นอดีต พูดถึงอดีตที่มันจบไปแล้ว ว่ายังไงคะ
He told me the truth เขาบอกความจริงกับฉัน , truth ที่แปลว่าความจริง ออกเสียงยากนิดนึง

มาสู่ประโยคคำถาม เริ่มที่บอกเล่า แล้วก็ yes – no question  หรือจะเป็น Wh-question วันนี้เราจะเอามาทุกอย่างเลย
มาอยู่ในทุกประโยคเลย ถามหน่อยสิว่า เขาได้บอกความจริงกับฉันไหม
จำได้ไหมคะ yes-no question เอา verb to do มาไว้ข้างหน้าประโยค แต่ถ้าพูดถึงอดีตใช้ did แน่นอน Did he tell me the truth? เขาได้บอกความจริงกับฉันไหม 

ทำไมเขาถึงบอกความจริงกับฉันละ แน่นอนแค่เอา why มาวางข้างหน้าจบเลยค่ะ Why did he tell me the truth? ทำไมเขาถึงมาบอกความจริงกับฉัน

คราวนี้ลองมาท้าทายเพิ่มขึ้น
ลองเปลี่ยนทำไมเขาถึงไม่บอกความจริงกับฉัน เป็นคำถามในเชิงปฏิเสธ Why didn’t he tell me the truth? ทำไมเขาไม่บอกความจริงกับฉัน
พอเราถามเป็นอดีตหมดไปแล้ว ลองมาถามเป็นปัจจุบันบ้าง เหมือนเวลาเราคุยกับชาวบ้าน หรือคุยกับแฟน สมมุติอีกรอบนึง ถามแฟนแต่แฟนก็ไม่บอก
ทำไมคุณไม่บอกฉัน ทำไมถึงไม่พูดความจริงกับฉัน ปัจจุบันแล้วนะค่ะ Why don’t you tell the truth? จบเลยค่ะ 

ประโยคต่อไปนะคะ ฉันเข้าไปทักทายเข้าไปสวัสดีหล่อน จะให้พูดถึงอดีตนะคะ
สิ่งที่จบไปแล้วอาจจะจบไปเมื่อกี้นี้ก็ตาม ฉันเข้าไปทักทาย เข้าไปสวัสดีหล่อน เดาสิ ภาษาอังกฤษเขาจะเรียงประโยคยังไง
แน่นอน I said hello to her. ด้วยวิธีการของเขาเวลาเขาจะบอกว่าเข้าไปสวัสดีคนนั้นคนนี้นะ
I said hello to her ฉันข้าไปทักทายสวัสดีหล่อนนะ
อันนี้จะใช้กันบ่อยมากเวลาที่เรามีเพื่อนฝรั่ง และเราติดต่อกับเพื่อนฝรั่งที่อยู่ต่างประเทศ แล้วคราวนี้ก็จะรู้จักคุณพ่อคุณแม่เพื่อนๆด้วยหลายๆครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เขาเนี่ยฝากมาสวัสดีเรามา
เพื่อนๆจะบอกว่า my mum said hi to you.
เอ๋ เมื่อกี้ทำไมใช้ hello คราวนี้ทำไมใช้ hi อะไรก็ได้ไม่ผิดค่ะ แต่ถ้าเราสนิทกันโอเคก็ hi ไปเลยได้ค่ะ

ก็จำประโยคนี้ไว้เลย My mum said hi to you or my sister said hi to you  เวลามีคนฝากไปสวัสดีคนนั้นคนนี้ ใช้ตรงนี้ได้เลย แม่ของฉันนี้ฝากสวัสดีพ่อของคุณนะ
พอดีรู้จักกันแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่แม่ฝากมานานแล้ว ฝากมาประมาณ 2 วันแล้ว ใช่ไหมมันจบไปแล้วดังนั้นก็เล่าให้ฟังไงว่าแม่ฉันฝากสวัสดีคุณพ่อของคุณนะ My mum said hi to your dad. 

ลองมาตั้งคำถามกันบ้าง
พอจะบอกคนอื่นว่าเฮ้ยเนี่ยฉันเข้าไปสวัสดีหล่อนนะ I said hello to her แต่ถ้าถามว่าฉันได้เข้าไปสวัสดีหล่อนไหม yes-no question แน่นอน
เอา did มาไว้ข้างหน้านะคะ Did I say hello to her? 

แล้วฉันเข้าไปสวัสดีหล่อนเมื่อไหร่หรอ When did I say hello to her?
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเรียงประโยคบอกเล่าได้ คุณจะเริ่มถาม yes-no question ได้ แล้วคุณก็จะยิ่งถาม wh-question ได้นะคะ สัมพันธ์กันนะ

ประโยคต่อไปคุณจะได้รับเซอร์ไพรส์
บางทีภาษาไทยอาจจะแปลกๆนิดนึงมันไม่สามารถแปลตรงตัว ยกตัวอย่างเช่น
วันเกิดของเรา เพื่อนก็แอบจัดวันเกิดให้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาจะทำอะไรให้เราอันนั้นคือเพื่อนมันก็จะมาเซอร์ไพรส์เรา
เราเป็นคนที่ได้รับการเซอร์ไพรส์จากเพื่อน ถูกไหมคะ
ฉะนั้นให้ใช้กลุ่มคำศัพท์ตัวนี้สำคัญมากๆนะคะ คือ get a surprise คุณจะได้รับการเซอร์ไพรส์ เหมือนกับว่าจะมีคนมาเซอร์ไพรส์คุณนั่นแหละ
ดังนั้นคุณจะได้รับการเซอร์ไพรส์ อย่าลืมนะจ๊ะ จะ ยังไม่เกิดขึ้นใช่ไหมใช่อะไรคะ ใช้ will แน่นอน
You will get a surprise ถ้าเราไม่รู้วิธีการใช้กลุ่มคำศัพท์ ว่า get a surprise เลย
ประโยคนี้จะผิดเพี้ยนไปเลย แปลไม่ได้ตรงตัวดังนั้นจำเป็นกลุ่มคำ รู้เลยดีกว่า ว่าเวลาจะพูดอะไร ต้องใช้กลุ่มคำศัพท์ประเภทไหน
หลังจากนั้นแค่เอาประธานมาใส่ประโยคให้สมบูรณ์เลย
จะลองถามกันบ้าง คุณจะได้รับการเซอร์ไพรส์ไหม คุณจะได้รับการเซอร์ไพรส์ไหม มี modal verb ในประโยคถูกไหมคะ
มี Will ในประโยคเอา Will ตัวนี้มาอยู่ข้างหน้าประโยคคำถามได้เลยว่า 
 Will you get a sesurprise ? คุณจะได้รับการเซอร์ไพรส์ไหม  

ใครจะได้รับการเซอร์ไพรส์วันนี้ ไม่มีใครรู้เห็นเพื่อนๆเม้าท์กันได้ยินข่าวว่าจะมีการเซอร์ไพรส์  ใครจะได้รับการเซอร์ไพรส์หรอวันนี้
แค่เอา Who มาไว้ข้างหน้าเรียงประโยคคำถามเหมือนเดิมจบแล้วจ้ะ
Who will get a surprise today ? ง่ายสุดเลย
คุณเรียงประโยค  yes no  ง่ายเลยนะค่ะ  Who will get a surprise today ?เริ่มง่ายขึ้นแล้วนะคะ          

ประโยคต่อไป  แล้วหล่อนก็วิ่งหนีไป
พอภาษาไทยปึ๊บนึกออกไหมภาษาไทยปึ๊บคำเยอะแยะมากมายเลย กริยาหลายตัวเลย แล้วก็อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะมากมาย
แต่ภาษาอังกฤษจำไว้ภาษาอังกฤษสั้นๆจะได้มาเรียนรู้เลยว่าภาษาอังกฤษมันสั้น แล้วมันกระชับแล้วมันจบสิ้นในประโยคนี้นะคะ
แล้วหล่อนก็วิ่งหนีไป เราพูดถึงอดีต
She ran away. ด้วยความที่วิ่งหนีไป วิ่งหายไปที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเป็นปัจจุบันนะให้ว่า  Run away.
จะพูดถึงอดีตสิ่งที่มันจบไปแล้วก็คือเปลี่ยนเป็นช่อง2 เป็น  Ran away.
เห็นไหมคะภาษาไทยยาว ภาษาอังกฤษแค่ 3คำจบเลยลองมาแปลงให้เป็นคำพูดของตัวเองบ้าง
สมมุติว่าเราไปเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อนฟัง  ว่าเนี่ยเมื่อคืนเจอผีมาแล้ว ก็ถามว่าทำยังไงก็วิ่งหนีสิ
พอพูดถึงอดีตปุ๊บ I ran away.เหมือนกัน ไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าไปเจอคนมาขอตังค์แล้วน่ากลัวมากหน้าตาดุมาก แล้วเหมือนจะมีแบบพวก
พอาวุธด้วย แล้วทำไง ฉันก็วิ่งหนี อ่ะดิ
I ran away. จบเลยแค่นี้เองจ๊ะง่ายสุดๆเลย

พอมาเป็นประโยคคำถามบ้าง ประโยคบอกเล่าเขาบอกว่าอย่างไรนะคะ

She ran away.
จะถามว่าหล่อนได้วิ่งหนีไปหรือเปล่า หล่อนได้วิ่งหนีไปหรือเปล่า ในประโยคคำถามที่มีกริยาในประโยคแต่ไม่มีกริยาช่วยในประโยค
แค่เอา Do Does Did มาอยู่ข้างหน้าแต่คราวนี้เราพูดถึงอดีตใช้ Did มาเลย
Did she run away? หล่อนได้วิ่งหนีไปป่ะ
มี Did  กริยาไม่ต้องเปลี่ยนรูปเลยนะคะเป็น  Did she run away?
ไม่ต้องเติม  s es หรือะไร ใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องเปลี่ยนรูป Did she run away? ได้เลย      

ทำไมหล่อนถึงวิ่งหนีไป  เมื่อกี้เห็นหล่อนวิ่งหนีใครไปไหนก็รู้ เหมือนหนีใครอยู่ก็ไม่รู้   ทำไมหล่อนจึงวิ่งหนีไป
ทำไมปึ๊บเอา Why มาทันทีค่ะ
Why did she run away ? ทำไมคืออยากรู้ไง แล้วหล่อนหนีไปเมื่อไหร่  หล่อนวิ่งหนีไปเมื่อไหร่ว่ามา
หล่อนวิ่งหนีไปเมื่อไหร่ถาม When แล้วนะคะ
When did she run away?  เห็นไหม ง่ายไหม
แค่เปลี่ยน Why  เป็น When นอกนั้นก็ประโยคเหมือนเดิมเลย ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องคล่องในเรื่องของการเรียงประโยค Yes No question ก่อนโอเคไหมแล้วคุณจะเรียง wh-question ได้ง่ายขึ้น